
บทสัมภาษณ์ พิง-ลำพระเพลิง กับภาพยนตร์รักเรื่องล่าสุด "ฝันโคตร โคตร"
dimarts, 1 / setembre / 2009 a les 01:58
SF เสนอบทสัมภาษณ์ พิง-ลำพระเพลิง กับการคัมแบ๊คครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
กับภาพยนตร์เลิฟเลิฟน่าหยิกระหว่างชายหญิงผู้มีความรักและความฝันที่สวนทางกัน
คนหนึ่งฝันที่จะรัก...อีกคนรักที่จะฝัน กับผลงานกำกับลำดับที่ 3 ใน ฝันโคตรโคตร ค่ะ (เข้าฉาย 17 กันยายน 2552)
Q: ทักทายกันก่อน
สวัสดีครับชื่อ พิง ลำพระเพลิงนะครับ เป็นผู้กำกับเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องฝันโครตรโคตร
นอกจากนี้ก็ยังรับหน้าที่เป็นนักแสดงนำฝ่ายชายด้วยครับ
Q: ที่มาที่ไปแรงบันดาลใจของฝันโคตรโคตร
สำหรับภาพยนตร์เรื่องฝันโคตรๆนะครับ เป็นเรื่องที่สามในไลน์อัพสี่เรื่อง เรื่องแรกความรักก็โครตรักเอ็งเลยทำไปแล้ว
เรื่องที่สองเป็นความศรัทธาคนหิ้วหัวทำไปแล้ว เรื่องนี้ฝันโคตรโคตรเป็นเรื่องที่สามในไลน์อัพ
คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความฝันนะครับ ก็ทยอยๆ ทำกันไป สำหรับแรงบันดาลใจเกี่ยวกับเรื่องฝันโครตๆนะ
มาจากเรื่องโคตรรักเอ็งเลย คือในหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในโคตรรักฯ
แล้วก็มีกลิ่นอายและอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกันอยู่
Q: โจทย์มาจากความฝัน แล้วเอามาสานต่อเป็นเรื่องราวในเรื่องอย่างไร
ประเด็นที่จับมาเล่นในฝันโคตรๆ เนี่ย ถึงแม้ว่าเราจะเล่าเรื่องความฝันของคนคนหนึ่ง
แต่เราจะเน้นประเด็นเรื่องความฝัน แต่ที่มันครอบคลุมทั้งเรื่องเนี่ยก็คือความรักอยู่ดีครับ
ผมรู้สึกว่านิยามความรักของมนุษย์แต่ละคนแตกต่างกันไปนะครับ
ถ้าเราจับเอาคนสองคนที่มีนิยามความรักแต่งต่างกันอย่างสุดขั้วเนี่ยมาอยู่ด้วยกันมันน่าจะน่าสนใจ
คือไอ้ด่างเนี่ยตัวละครในเรื่องนี้นะครับมันมีความเชื่อว่าความรักมันมีอัตราแลกเปลี่ยนอีกสกุลนึงเท่านั้นเอง
คิดว่าความรักไม่มีจริงหรอก ไม่มีมนุษย์คนไหนจะรักคนที่เห็นแก่ตัวได้ตลอดไปไม่มีมนุษย์คนไหนจะให้ๆๆๆได้ตลอดไป
ไอ้ด่างเนี่ยไม่เชื่อว่าความรักคือการให้ ในขณะเดียวกันขณะเดียวกันนะครับ ขณะที่นักแสดงนำฝ่ายหญิงในเรื่องชื่อเปิ้ล
เป็นผู้หญิงที่ศรัทธาในความรักมากแล้วก็เชื่อว่าความรักคือการให้ เชื่อว่าความรักมีอยู่จริงนะครับ
เพราะฉะนั้นเนี่ยเมื่อคนนึงไม่เชื่อในความรัก
กับอีกคนนึงเชื่อในความรักเนี่ยใครจะถูกใครจะผิดใครจะโน้มน้าวจิตใจใครให้เชื่อได้ ผมว่ามันเป็นปมความรักที่น่าสนใจ
Q: ในฝันโคตรโคตรรับบทเป็นใคร คาแรกเตอร์ที่วางไว้ของตัวละครเป็นอย่างไร
เล่นเป็นไอ้ด่าง เป็นนักแสดงข้างถนนธรรมดาที่เต็มไปด้วยความฝัน แล้วก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่า
ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงที่พร้อมจะรักผู้ชายคนหนึ่งอย่างหมดใจ เพราะสำหรับเขาแล้วความรักไม่ต่างอะไรกับอัตราแลกเปลี่ยน
ที่ต่างมีสิ่งตอบแทนในกันและกัน จนวันหนึ่งที่เขาได้เจอกับเปิ้ล ผู้หญิงที่นำเอาความฝันและความรักมาเติมเต็มให้กับเขา
ก็เลยทำให้เขาต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างใหม่
Q: ตัวไอ้ด่างมีอะไรน่าสนใจบ้างอยากรู้จัง
ไอ้ด่างเป็นคนแก่ๆ คนนึงที่รู้สึกว่าตัวเองเนี่ยหนุ่มเกินกว่าที่จะแก่ขณะเดียวกันก็แก่เกินกว่าจะหนุ่ม
ชีวิตอยู่ระหว่างแนวตะเข็บพรหมแดนความจริงกับความฝันครับคล้ายๆแบบว่ามันจะยังไงดีวะ
จะไปข้างหน้าก็ยังไม่อยากไปจะถอยกลับไปเป็นเด็กก็เป็นไม่ได้แล้วผมว่าคนที่อายุ 40 คงจะเข้าใจนะครับ
Q: เรื่องราวในฝันโคตรโคตร
เรื่องรักอลวนชวนฝันของชายหญิงสองคนที่มีมุมมองความรักแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ดันต้องจับผลัดจับผลูมาเจอกันราวกับกามเทพต้องการเล่นตลกกับเขาและเธอซะงั้น
เมื่อผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ไอ้ด่าง หนุ่มช่างฝันซึ่งเป็นเพียงแค่นักแสดงริมถนนเล่นโชว์ให้ผู้คนอื่นสนุกสนานไปวัน ๆ
ที่เชื่อมั่นเหลือเกินว่า ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงที่พร้อมจะรักผู้ชายคนหนึ่งอย่างหมดใจ
เพราะสำหรับเขาแล้วความรักไม่ต่างอะไรกับอัตราแลกเปลี่ยน จนวันหนึ่งที่เขาได้มาเจอกับ เปิ้ล
สาวช่างรักซึ่งเป็นนักแสดงสาวพราวเสน่ห์ยอดนิยมระดับประเทศ ที่เชื่ออย่างหมดใจว่าความรักคือสิ่งสวยงาม
ความรักคือการให้ และพร้อมจะให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เมื่อคนสองคนที่มีหัวใจสองดวงที่สวนทางกัน
ต้องบังเอิญมาติดแหงกอยู่ในชีวิตของกันและกันจนเกิดอาการอินเลิฟแบบไม่น่าเป็นไปได้
ราวกับว่านี่เป็นความฝันในความรัก...เอ๊ยหรือจะเป็นความรักในความฝันกันแน่นะ
แล้วแบบนี้ความรักครั้งนี้ของไอด่างกับเปิ้ลจะเป็นจริงได้ไงเนี่ย ประมาณเหมือนดอกฟ้ากับนายกระจอกนิดๆ
แต่ก็ยังเป็นหนังรักฉบับพิง ลำพระเพลิง เหมือนเดิมครับ
Q: พูดถึงสาวน้อยหน้าใส มิลค์-ภาวิณี ที่มาประเดิมรับบทบาทสำคัญในหนังเรื่องนี้
คือน้องมิลค์ตอนแรกที่เจอครั้งแรกไม่เอาเลยนะ คือนางเอกเราที่เขียนบทมา ไม่ใช่หน้าโลฮียาแบบนี้ (หัวเราะ)
แต่มีคนเตือนผมบอกว่านางเอกคนนี้แหละสวย คนนี้แหละใช่ โปรดิวเซอร์ (สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์)
เขาบอกว่าอย่าเพิ่งไม่เอา ลองดูน้องเขาแสดงก่อน ตอนนั้นก็ยังไม่เอาอยู่นะ
ก็เลยโทไปถามแอ๊คติ้งโค้ชที่เคยร่วมงานกับมิลค์ ครูเงาะก็บอกว่าเฮ้ยมิลค์มันใช้ได้นะ
เขาเป็นคนอ่อนไหวและหัวใจที่ดีนะ ก็เลยเริ่มอ่อนไหว จนกระทั่งมีโอกาสได้ดูแอ๊คติ้งของเขา
แล้วรู้สึกว่าอยากได้ๆ ทันที คือการแสดงเขาดูละมุนละไมมาก ผมจะมีไดอาล็อคอันหนึ่งที่เขียนในบท
แล้วจะให้ทุกคนที่มาแคสพูดประโยคนี้คือ ไม่เชื่อใช่มั้ยว่าว่าความรักที่มีแต่ให้มันมีอยู่จริง
แล้วตอนที่มิลค์พูดประโยคนี้ เรารู้สึกว่าเขาพูดมาจากข้างใน
พอเจอตัวก็เลยสารภาพว่าตอนแรกเราจะไม่เอามิลค์นะ แต่ปิ๊งเพราะประโยคนี้เลย
ก็มีแอบให้ตบกระบาลด้วย ก็รู้สึกว่าตบแล้วเต็มมือดี คือหลังจากที่หัวใจของผมเทให้นางเอกไปแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าอะไรก็ใช่หมด
Q: คาแรกเตอร์ของเปิ้ลมีสีสันหรือเสน่ห์อย่างไร
เปิ้ลเป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิงซึ่งศรัทธาในความรัก ตรงข้ามกับไอ้ด่างเลย
เปิ้ลเป็นนักแสดงสาวชื่อดังผู้มีทุกอย่างที่ผู้ชายบนโลกนี้ต้องการ
แต่เธอกับกำลังโหยหาความรักจากใครบางคนที่อาจไม่มีตัวตน
เปิ้ลทั้งเชื่อและศรัทธาในความรักมาก และมองว่าความรักคือสิ่งสวยงาม
ความรักคือการให้ และพร้อมจะให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน พอมาเจอไอ้ด่างมันก็เหมือนเข้ามาเติมเต็มซึ่งกันและกัน
Q: มีอะไรจะบอกนางเอกคนใหม่คนนี้มั้ย
อยากขอบคุณมิลค์นะ ผมรู้สึกว่าเราเป็นหนี้บุญคุณเขา คือสมมุติว่าถ้าไม่ได้มิลค์ไม่รู้จะเป็นไง
อาจจะมีนักแสดงคนอื่นที่เล่นได้ดีกว่ามิลค์หรือเล่นแย่กว่ามิลค์ แต่สิ่งที่เขาทำได้คือทำให้คนดูเชื่อและคนดูคล้อยตาม
พอเราได้เห็นของที่เขามี เรารู้สึกว่าเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ได้แล้วแหละ ต้องให้คนอื่นได้เห็นกัน
คนอื่นอาจจะรู้สึกว่าพิงลำพระเพลิงแม่งดันนางเอกว่ะ แต่จริงๆ คือมิลค์มันดันเรานะ
Q: มาที่เรื่องของเพลงกันที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์สำหรับหนังของ พิง ลำพระเพลิงไปเลย
เพลงของหนังเรื่องนี้คือเพลงเวลาตาย ....(ร้องโชว์ซะเลย) ในกระจกมัวๆ มีคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
คนที่พึ่งลึกซึ้งถึงความเดียวดาย เนี่ยท่อนนี้เรารู้สึกบทสัมภาษณ์ พิง-ลำพระเพลิง กับภาพยนตร์รักเรื่องล่าสุด "ฝันโคตร"
ชอบเพราะฟังแล้วดูตัวละครมันเห็นแก่ตัวดี แล้วเป็นคนขี้อวดไง รอคนอื่นจ้างมาร้องคงยาก
ก็เลยร้องในหนังตัวเองซะเลย คือถ้าใครชอบเพลงเขียนถึงคนบนฟ้าน่าจะชอบ
ส่วนเพลงเดี่ยวเปียโนก็คือเพลงชะตาชีวิต คือเพลงนี้ในหลวงฯ ประพันธ์ไว้เพราะมาก
มนุษย์เราไม่มีใครรู้ชะตาตัวเอง ทุกคนล้วนโดดเดี่ยว ทุกคนล้วนเหงา
ทุกคนล้วนไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างหน้า ส่วนเพลงเวลาตายเป็นเพื่อนผมคุณบั๊ง (สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา)
มาแต่งให้ คือเขาเป็นเพื่อนสนิทกับผมมากอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆปีแล้ว มันก็จะรู้ว่าชีวิตเราเป็นอะไรมา
เหมือนนั่งไปอยู่ในหัวใจแล้วเขียน เพราะฉะนั้นบั๋งคือคนที่แต่งเพลงที่เข้ากับความรู้สึกของผมที่สุด
Q: หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อสารอะไรกับคนดู
คือนอกจากพาร์ทเรื่องความรักความฝันที่สวนทางกันระหว่างไอ้ด่างกับเปิ้ลแล้วเนี่ย
หนังเรื่องนี้จะบอกว่า เมื่อเวลาผ่านไปสักสิบปีแล้วเนี่ย ใครบางคนเดินมาหาพี่
แล้วบอกว่าพี่พิงที่ผมเป็นอย่างทุกวันนี้เพราะว่าหนังเรื่องนี้นะพี่
หนังจะบอกว่าคุณจะทำฝันอะไรคุณทำไปเลยนะ จะได้หรือไม่ได้คุณทำไปเลย
คุณจะได้ไม่เสียใจว่าทำไมเราถึงไม่ทำตามฝัน เหมือนครั้งหนึ่งเราดูหนังของพี่อังเคิลเรื่องฉลุย
แล้วได้แรงบันดาลใจ เหมือนกับว่ามันสามารถไปกระทบใจคนได้ อยากให้คนที่ได้ดูเรื่องฝันโคตรโคตร
แล้วเอาไปเป็นแรงผลักดันที่จะทำตามความฝัน
Q: สุดท้ายพี่พิงฝากหนังเรื่องนี้ว่าคนดูจะได้อะไรจากหนังเรื่องนี้
ก็ฝากให้มาดูหนังเรื่องนี้กันครับ
ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจก้าวไปสู่สิ่งที่คุณต้องการจะเป็นต้องการจะไปต้องการจะได้มานะครับ
รวมเรียกมันว่าความฝันนะครับ อาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่เป็นไรนะครับมันก็ดีที่อย่างน้อยเราได้ลองนะครับว่ามันจะเป็นได้ไหมเนาะ
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองหัวใจเต้นเร็วมากวันนี้นะครับหัวใจคุณจะเต้นช้าลงอบอุ่นละมุนละมัยกับความรักมากขึ้นครับ
ติดตามผลงานรักน่ารักน่าหยิก "ฝัน โครต โครต" ของพิง ลำพระเพลิงได้ในโรงภาพยนตร์ 17 กันยายนนี้นะคะ
by tapmodam ? Sat Sep 12, 2009 3:42 pm
http://pingboard.jetforum.net/viewtopic.php?f=2&t=23
